Featured นานาสาระ ภูเก็ต only

Zeit of Southside Phuket!!

ในชั่วโมงนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก กลุ่มวัยรุ่นที่นำเสนอผลงานเพลงฮิปฮอป สำเนียงใต้  อย่าง Southside Phuket กำลังฮอตมากเลยก็ว่าได้ที่สำคัญไปกว่านั้น สมาชิกทุกคนในกลุ่ม Southside ล้วนแล้วแต่เป็น ลูกหลานของชาวภูเก็ต ทุกคนเกิดที่นี่ แล้วก็โตที่นี่ สำนวนในเพลงของ Southside Phuket จึงเป็นไปในแนวทางที่เรียกว่า ตรงไปตรงมา เข้าถึงได้ง่าย ตามสไตล์ของคนใต้บ้านเรา สิ่งเหล่านี้ทำให้ กลุ่มคนกลุ่มนี้ดูน่าสนใจเป็นพิเศษ

ตามเวลานัดหมายเพื่อการสัมภาษณ์ Southside Phuket ในวันนี้ เป็นเหตุการณ์เมื่อ 22 นาฬิกา ของวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2553 ก่อนวันแม่หนึ่งวัน นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดี

ผ่านเวลา 4 ทุ่มไปไม่เท่าไหร่ ทุกคนก็มาเจอกันพร้อมหน้า ทักทายกันไปพอสมควร เริ่มภารกิจวันนี้ด้วยการเก็บภาพ Portrait แบบฟรีสไตล์ จากนั้นก็ต่อด้วยการสัมภาษณ์ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง

Southside Phuket ประกอบไปด้วย  “Zees-นพพล บุหงา”,”Sax-ศุภสรรค์ ชุมภูลัย”,”Tong-พิทวัส พฤกษกิจ”,”Yoo-ภรันยู แพทย์ขิม”,”Ohm-ปิยทัศน์ ทองเปลว”,”Freddy-Federico Vassallo”,”Ig-ศิวภพ ทิพรัตน์” และ “Nont-อานนท์ ยิปมันตศิริ” ซึ่งคนสุดท้ายนี่ไม่สามารถมาให้สัมภาษณ์กับเราได้เนื่องจากติดภารกิจที่กรุงเทพฯ

เปิดประเด็นด้วยคำถามที่ว่า Southside Phuket มีความเป็นมาอย่างไร มารวมตัวกันได้ยังไง?
Southside Phuket Talk…
“จากจุดเริ่มต้นที่รู้จักกันจากการรวมกลุ่มเล่นสเก็ตบอร์ด จากนั้น ‘โต้ง’ ก็เริ่มทำเพลงและได้มาเจอกับ ‘เฟรดดี้’ ซึ่งอายุของสมาชิกในกลุ่มจะไม่เท่ากัน แต่อายุก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่ ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนทำให้สามารถคลิกเข้ากันได้ บ้างก็เล่นสเก็ต บ้างก็เล่นเวคบอร์ด สมัยก่อนจะมีการรวมกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบสเก็ตบอร์ดและฮิปฮอปจำนวนมากในภูเก็ต แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มแยกย้ายกันไป แต่ Southside Phuket เป็นกลุ่มที่ยังหลงเหลืออยู่และยังคงรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น โดยมีวง ‘Thaitanium‘ เป็นไอดอล และเป็นแรงบันดาลใจให้เราเชื่อว่า คนไทยก็ผลิตผลงานเพลงฮิปฮอปคุณภาพได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเลียนแบบผลงานเมืองนอก จริงๆแล้วฮิปฮอปเข้ามาบ้านเรานานแล้วแต่เพิ่งจะได้รับความสนใจจากวงกว้าง เมื่อไม่นานมานี้

ที่เกิดเป็นวง Southside Phuket ขึ้นมาไม่ได้มุ่งหวังเรื่องชื่อเสียง แต่แค่คิดว่าอยากจะสร้างชื่อให้ภูเก็ต เพื่อเป็นความภาคภูมิใจของเด็กใต้ อาจจะอธิบายได้ว่าทุกสิ่งเกิดจากความอยาก ทำเอามัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง เป็นการปลดปล่อยอารมณ์ด้วยการทำเพลง!

Southside Phuket รวมกลุ่มกันมาได้ประมาณ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2003 โดยมีโต้งเริ่มทำเพลงมาก่อน ถือเป็นคนแรกในกลุ่มที่เริ่มทำเพลงอย่างจริงจัง จึงมีการชักจูงเพื่อนฝูงกันทีหลัง อาจจะพูดได้ว่าโต้งเป็นนักร้องฮิปฮอปที่มีผลงานเป็นคนแรกในภูเก็ตก็ว่าได้ โดยทีแรกนั้นไม่ได้มีการเข้าห้องอัด แต่จะไปเล่นตามคอนเสิร์ต ตามผับของเพื่อนๆ พี่ๆ ทำไปทำมาเล่นคอนเสิร์ตแล้วรู้สึกมันส์เลยคิดว่า หาบีทดนตรีที่เราระดมความคิดสร้างสรรค์มาทำเพลงกันดีกว่า แล้วก็เริ่มลุยเข้าห้องอัดทำเพลง

โดยไม่คิดว่าทุกอย่างที่ทำนั้นเป็นงาน แต่เพราะทำแล้วสนุก มันก็ออกมาตามที่เราต้องการ แล้วก็ไม่ได้คิดที่จะทำอะไรใหญ่โต แต่พอผลงานออกมาผลตอบรับก็ออกมาดีเกินคาด จากเดิมที่เกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจปนๆกันไป แต่เมื่อได้รับฟีดแบ็กที่ดีกลับมา ทำให้พวกเรามีกำลังใจและเริ่มทำทุกอย่างอย่างจริงจัง ด้วยความรัก และความมันส์ที่อยู่ในสายเลือดของพวกเรา

เนื้อเพลงที่สร้างชื่อให้พวกเราอย่าง “ต่อยกับเพื่อนกูมั้ย” ที่เกิดขึ้นมันเริ่มมาจากการเดินทางที่ไปเที่ยวในตอนกลางคืน ระหว่างการสนทนาของพวกเรา มีประโยคบางประโยคเกิดขึ้น และน่าสนใจ สะดุดหู โต้งเลยเกิดไอเดียว่าน่าจะเอามาแต่งเป็นเพลง แล้วอยู่ๆเพลงนี้ก็ดังขึ้นมา ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ได้ยินเพลงของตัวเองในเธคในผับเค้าเปิดกัน ทำให้พวกเราแปลกใจว่าไม่รู้ว่าเอาเพลงนี้มาจากไหน นี่คือความเซอไพรส์ที่แปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจหล่อเลี้ยงให้พวกเราคิดงานเพลง ใหม่ๆอยู่เสมอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงดังอย่าง “ต่อยกับเพื่อนกูมั้ย” มีแกนนำอย่างแซ็ก ซีส และเฟรดดี้ เพราะเนื้อเพลงส่วนมากก็ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่อย่างที่บอกในเวลาที่มีประโยคน่าสนใจขึ้นมาเพลงก็จะเกิดขึ้น และพวกเราก็ไม่ปล่อยความคิดให้ลอยหายไป แต่ดึงคำต่างๆเหล่านั้นมาเป็นเพลงมันส์ ที่สะท้อนความเป็นภูเก็ตในแบบฉบับ Southside

ตัวตนของ Southside Phuket ไม่ใช่กลุ่มนักดนตรี ไม่ใช่ศิลปิน แต่เป็นกลุ่มเพื่อนที่รวมกลุ่มเพื่อผลิตผลงานเพลง ผลงานแรกที่เกิดจากสมาชิกในกลุ่มคือเพลงที่มีชื่อว่า ผงธุลี ซึ่งเป็นผลงานของโต้งเป็นฮิปฮอป คนแรกๆของภูเก็ต พอทำไปก็รู้สึกว่าทำได้ คนฟังแล้วก็วิจารณ์ว่าเพลงดีนะ สู้เค้าได้ เราก็เลยทำจริงจังขึ้นเพื่อขายในงาน Fat Festival จากความสนุก กลายเป็นสนุกมากมาก เป็นการเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ ให้กับวงการฮิปฮอปในภาคใต้ อยากให้คนได้ยินแล้วอุทานว่า เฮ้ย! พวกนี้มันเด็กใต้ เด็กภูเก็ต นี่หว่า และโต้งก้ได้รางวัลชนะเลิศ Singha Battle สองปีซ้อน ทำให้วงของพวกเรามีชื่อเสียงมากขึ้น

ที่สำคัญเวลามารวมตัวกันก็จะมีแต่ความสนุกสนานและฟรีสไตล์กันตลอด การทำงานของพวกเราจึงเป็นเหมือนการสังสรรค์และมาเฮฮากัน ทำให้พวกเรายังเหนียวแน่นในการแสดง และการผลิตผลงานอย่างต่อเนื่อง และต่อมาวง Thaitanium ก็มาเล่นที่ภูเก็ต และทางพวกพี่ๆเค้าเองก็ได้ยินมาว่า ที่จังหวัดภูเก็ตมาวงฮิปฮอปที่น่าสนใจ ก็เอาเพลงไปเสนอให้พวกเขา และวง Thaitanium ก็รู้สึกแฮปปี้กับผลงานของพวกเรา จากนั้นพวกเราก็ได้เจอกันตามปาร์ตี้และคอนเสิร์ตอีกหลายครั้ง

และหากถามว่าทำไมพวกเราถึงไปเตะตาวงฮิปฮอประดับแนวหน้าของประเทศ ก็คงจะมาจากการเพอร์ฟอร์มมันต้องให้คนจดจ่อที่เราไม่ใช่เพลง บางทีเพลงดีแต่เราเพอร์ฟอร์มไม่ดี ไม่มีพลัง คนก็จะไม่สนใจ และ Thaitanium ก็ชอบตรงนี้พลังงานของเราที่เรามี  Thaitanium เลยสนใจให้เราอยู่ค่าย แต่ว่าทางสมาชิกคนอื่นๆในกลุ่มนอกเหนือจาก โต้งและเฟรดดี้ ไม่มีใครพร้อมที่จะไปทำงานด้วยกันที่กรุงเทพ เฟรดดี้กับโต้งเลยมาทำอัลบั้มที่กรุงเทพ แต่ยังไงๆต้องมีการรวมกลุ่มกันทั้งหมดในการทำเพลงด้วยกันในอัลบั้มใหม่ นอกเหนือจากนี้สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนก็มีงานหลักที่ทำเป็นของตัวเอง อย่างเป็นดีเจ เป็นสถาปนิก และอื่นๆ แต่ไลฟ์สไตล์ก็ยังคงเป็นแบบเดียวกันอยู่ แต่เวลาว่าง ของทุกคนก็คือการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำเพลง ทำเสื้อ สำหรับคนภูเก็ตที่ชอบแนวเพลงฮิปฮอปก็ขอฝากวง Southside Phuket เป็นวงที่ represent  ภูเก็ต และผลงานล่าสุด ของ  Southside Phuket ก็ Mix Tape 5 อัลบั้มเต็มกำลังจะออก”

ความภาคภูมิใจกับการเป็น Southside Phuket ณ วันนี้
Freddy
: “ภูมิใจที่ได้ทำ สิ่งที่ทำตอนนี้คือ represent Southside และทำให้ภูเก็ตมีชื่อเสียง represent ความเป็นปักษ์ใต้ แล้วเราก็ทำให้มันเป็นแฟชั่นก็ว่าได้ ในการเล่นคำ การใช้คำพื้นบ้าน ทำให้คนกรุงเทพเมื่อไหร่เจอเราก็ “ว่าพรือ” มันก็เป็นความสุขเล็กๆทีทำให้ภาษาใต้ไปถึงคนในหลายๆที่ เจอเราเมื่อไหร่ก็ “ว่าไงเด็กใต้!!” ก็เป็นความภาคภูมิใจของผมครับ”
Ig : “ก็…รู้สึกภาคภูมิใจ รู้สึกดี เจอใครก็รู้จัก Southside และอยากมาเที่ยวภูเก็ต”
Yoo : “ภูมิใจและรู้สึกดีที่เราหาเงินได้จากสิ่งที่เราชอบ ถึงบางทีคิดว่าอาจจะเล่นๆ แต่ถ้าเราจริงจังในบางเรื่อง เราก็โอเคขึ้นและสามารถหาเงินได้จากสิ่งที่เราเอ็นจอยตลอดเวลาและเก็ทมันนี่กับมันด้วย ภูมิใจครับ”
Tong : “ความเป็นเราครับ ความเป็น Southside Phuket  รับประกันว่าไม่เหมือนวงที่ไหนแน่นอน มันอธิบายไม่ถูก แต่ว่าเมื่อฟังเพลงตัวเอง ฟังเพลงกลุ่มที่เราทำกันเองมันจะรู้ว่า นี่คือ Southside Phuket เวลาผมฟังเพลงที่เราอัดมาแล้วชอบ เพราะถ้าไม่ชอบเราจะไม่เบิร์นมัน มันไม่สามารถทำให้ร้อยคนฟังแล้วชอบได้ แต่วันนี้มันมากกว่า 100 คนที่ชอบ มันแพร่กระจายออกไปยันต่างประเทศ ต่างจังหวัด แสดงว่า พวกเราก็ใช้ได้ ทำเพลงให้คนอื่นชอบได้ ก็ใช้ได้นะ”
Zees : “มาถึงครั้งนี้ก็ ถือได้ว่าที่สุดในชีวิตแล้ว จากวันที่ไม่มีอะไรเลย อย่างภูเก็ตเมื่อก่อนเป็นแค่เกาะเล็กๆไม่ค่อยมีใครรู้จักว่า มีฮิปฮอปด้วยเหรอ เห็นพวกเราเป็นแค่เด็กบ้านนนอกเอง กรุงเทพยังดูถูกว่า มึงมาจากไหนภูเก็ตเหรอว่ะ เฮ้ย! อะไรว่ะ แร็พเหรออะไรเนี๊ยะ แต่ทุกวันเนี๊ยะ ทุกคนร้องเพลงเรา ไปไหนเฮ้ย มึงต่อยกับเพื่อนกูมั้ย แค่นี้ผมโอเคล่ะ สุดยอด”
Ohm : “ภูมิใจในสิ่งที่เป็นถึงตอนนี้ แล้วก็จากอดีตจนปัจจุบัน ภูมิใจที่มีเพื่อนๆทุกคน มีเฟรดดี้ มีอิ๊ก มีพี่ยู มีโต้ง มีพี่ซีส มีพี่แซ็ก  แล้วก็ได้รวมตัวกันมีความสุขทำด้วยกัน ทั้งเรื่องงานทุกๆอย่างแล้วก็วิถีชีวิต ความเป็นอยู่อะไรด้วย ก็เป็นตัวตนของเราจนถึงทุกวันนี้”
Sax : “สิ่งที่ภูมิใจที่สุด ก็คือ บางทีเราแต่งเพลงเรามาฟังเพลงของเราเราเขียนบนเศษกระดาษ เราก็มาภูมิใจว่า มีคนชอบ ไปเที่ยวก็มีคนเปิดเพลงเราในผับ ก็ดีครับ . . . เป้าหมายมีไว้พุ่งชน”

เมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง ทาง Southside ก็มีการแร็พให้ได้ฟังกันสดสดด้วย เจ๋งมากมาก มีของแถมจาก Southside อีกอย่างนึงนั่นก็คือ การแร็พให้ “Phuketindex.com”  Thank so much!!

นอกเหนือจากการ Give Big ‘THANKS’. ให้ Southside Phuket แล้ว ก็อยากจะขอกราบขอบพระคุณไปถึง คุณภุชงค์ ตีรวัฒน์ เจ้าของสถานที่งามๆอย่าง ร้าน Glastnost เป็น Public Bar บรรยากาศดีดี ที่เอิ้อเฟิ้อสถานที่ให้ใช้ในการสัมภาษณ์

.

เปิดประเด็นด้วยคำถามที่ว่า Southside Phuket มีความเป็นมายังไง มารวมตัวกันได้ยังไง?

Southside Phuket Talk …

” จากจุดเริ่มต้นที่รู้จักกันจากการรวมกลุ่มเล่นสเก็ตบอร์ด จากนั้น ‘โต้ง’ ก็เริ่มทำเพลงและได้มาเจอกับ ‘เฟรดดี้’ :ซึ่งอายุของสมาชิกในกลุ่มจะไม่เท่ากัน
แต่อายุก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่ ไลฟ์สไตล์ของแต่คนทำให้สมารถคลิกเข้ากันได้ บ้างก็เล่นสเก็ต บ้างก็เล่นเวคบอร์ด สมัยก่อนจะมีการรวมกลุ่มวัยรุ่นที่
ชื่นชอบสเกตบอร์ดและฮิปฮอปจำนวนมากในภูเก็ต แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มแยกย้ายกันไป แต่ Southside Phuket เป็นกลุ่มที่ยังหลงเหลืออยู่และยังคง
รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น โดยมีวง ‘Thaitanium’ เป็นไอดอล และเป็นแรงบันดาลใจให้เราเชื่อว่า คนไทยก็ผลิตผลงานเพลงฮิปฮอปคุณภาพได้ ไม่จำ
เป็นที่จะต้องเลียนแบบผลงานเมืองนอก จริงๆแล้วฮิปฮอปเข้ามาบ้านเรานานแล้วแต่เพิ่งจะได้รับความสนใจจากวงกว้างเมื่อไม่นานมานี้
ที่เกิดเป็นวง Southside Phuket ขึ้นมาไม่ได้มุ่งหวังเรื่องชื่อเสียง แต่แค่คิดว่าอยากจะสร้างชื่อให้ภูเก็ต เพื่อเป็นความภาคภูมิใจของเด็กใต้ อาจจะอธิบาย
ได้ว่าทุกสิ่งเกิดจากความอยาก ทำเอามัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง เป็นการปลดปล่อยอารมณ์ด้วยการทำเพลง!
Southside Phuket รวมกลุ่มกันมาได้ประมาณ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2003 โดยมีโต้งเริ่มทำเพลงมาก่อน ถือเป็นคนแรกในกลุ่มที่เริ่มทำเพลงอย่างจริงจัง
จึงมีการชักจูงเพื่อนฝูงกันทีหลัง อาจะพูดได้ว่าโต้งเป็นนักร้องฮิปฮอปที่มีผลงานเป็นคนแรกในภูเก็ตก็ว่าได้ โดยทีแรกนั้นไม่ได้มีการเข้าห้องอัด
แต่จะไปเล่นตามคอนเสิร์ต ตามผับของเพื่อนๆ พี่ๆ ทำไปทำมาเล่นคอนเสิร์ตแล้วรู้สึกมันส์เลยคิดว่า หาบีทดนตรีที่เราระดมความคิดสร้างสรรค์มา
ทำเพลงกันดีกว่า แล้วก็เริ่มลุยเข้าห้องอัดทำเพลง
โดยไม่คิดว่าทุกอย่างที่ทำนั้นเป็นงาน แต่เพราะทำแล้วสนุก มันก็ออกมาตามที่เราต้องการ แล้วก็ไม่ได้คิดที่จะทำอะไรใหญ่โต แต่พอผลงานออกมา
ผลตอบรับก็ออกมาดีเกินคาด จากเดิมที่เกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจปนๆกันไป แต่เมื่อได้รับฟีดแบ็กที่ดีกลับมา ทำให้พวกเรามีกำลังใจ
และเริ่มทำทุกอย่างอย่างจริงจัง ด้วยความรัก และความมันส์ที่อยู่ในสายเลือดของพวกเรา
เนื้อเพลงที่สร้างชื่อให้พวกเราอย่าง ‘ต่อยกับเพื่อนกูมั้ย’ ที่เกิดขึ้นมันเริ่มมาจากการเดินทางที่ไปเที่ยวในตอนกลางคืน ระหว่างการสนทนาของพวกเรา
มีประโยคบางประโยคเกิดขึ้น และน่าสนใจ สะดุดหู โต้งเลยเกิดไอเดียว่าน่าจะเอามาแต่งเป็นเพลง แล้วอยู่ๆเพลงนี้ก็ดังขึ้นมา ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็
ได้ยินเพลงของตัวเองในเธคในผับเค้าเปิดกัน ทำให้พวกเราแปลกใจว่าไม่รู้ว่าเอาเพลงนี้มาจากไหน นี่คือความเซอไพรส์ที่แปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจ
หล่อเลี้ยงให้พวกเราคิดงานเพลงใหม่ๆอยู่เสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงดังอย่าง “ต่อบกับเพื่อนกูมั้ย” มีแกนนำอย่างแซ็ก ซีส และเฟรดดี้ เพราะเนื้อเพลงส่วนมากก็ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ
แต่อย่างที่บอกในเวลาที่มีประโยคน่าสนใจขึ้นมาเพลงก็จะเกิดขึ้น และพวกเราก็ไม่ปล่อยความคิดให้ลอยหายไป แต่ดึงคำต่างๆเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นเพลงมันส์
ที่สะท้อนความเป็นภูเก็ตในแบบฉบับ Southside Phuket
ตัวตนของ Southside Phuket ไม่ใช่กลุ่มนักดนตรี ไม่ใช่ศิลปิน แต่เป็นกลุ่มเพื่อนที่รวมกลุ่มเพื่อผลิตผลงานเพลง ผลงานแรกที่เกิดจากสมาชิกในกลุ่มคือเพลงที่มีชื่อว่า
ผงธุลี ซึ่งเป็นผลงานของโต้งเป็นฮิปฮอป คนแรกๆของภูเก็ต พอทำไปก็รู้สึกว่าทำได้ คนฟังแล้วก็วิจารณ์ว่าเพลงดีนะ สู้เข้าได้ เราก็เลยทำจริงจังขึ้นเพื่อขายในงาน
Fat Festival จากความสนุก กลายเป็นสนุกมากมาก เป็นการเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ ให้กับวงการฮิปฮอปในภาคใต้ อยากให้คนได้ยินแล้วอุทานว่า เฮ้ย! พวกนี้มันเด็กใต้
เด็กภูเก็ต นี่หว่า และโต้งก้ได้รางวัลชนะเลิศ Singha Battle สองปีซ้อน ทำให้วงของพวกเรามีชื่อเสียงมากขึ้น
ที่สำคัญเวลามารวมตัวกันก็จะมีแต่ความสนุกสนานและฟรีสไตล์กันตลอด การทำงานของพวกเราจึงเป็นเหมือนการสังสรรค์และมาเฮฮากัน
ทำให้พวกเรายังเหนียวแน่นในการแสดง และการผลิตผลงานอย่างต่อเนื่อง และต่อมาวง Thaitanium ก็มาเล่นที่ภูเก็ต และทางพวกพี่ๆเค้าเองก็ได้ยินมาว่า
ที่จังหวัดภูเก็ตมาวงฮิปฮอปที่น่าสนใจ ก็เอาเพลงไปเสนอให้พวกเขา และวง Thaitanium ก็รู้สึกแฮปปี้กับผลงานของพวกเรา จากนั้นพวกเราก็
ได้เจอกันตามปาร์ตี้และคอนเสิร์ตอีกหลายครั้งทำให้พวกเราสนิทกัน
และหากถามว่าทำไมพวกเราถึงไปเตะตาวงฮิปฮอประดับแนวหน้าของประเทศ ก็คงจะมาจากการเพอร์ฟอร์มมันต้องให้คนจดจ่อที่เราไม่ใช่เพลง
บางทีเพลงดีแต่เราเพอร์ฟอร์มไม่ดี ไม่มีพลัง คนก็จะไม่สนใจ และ Thaitanium ก็ชอบตรงนี้พลังงานของเราที่เรามี  Thaitanium เลยสนใจให้เราอยู่ค่าย
แต่ว่าทางสมาชิกคนอื่นๆในกลุ่มนอกเหนือจาก โต้งและเฟรดดี้ ไม่มีใครพร้อมที่จะไปทำงานด้วยกันที่กรุงเทพ เฟรดดี้กับโต้งเลยมาทำอัลบั้มที่กรุงเทพ
แต่ยังไงๆต้องมีการรวมกลุ่มกันทั้งหมดในการทำเพลงด้วยกันในอัลบั้มใหม่ นอกเหนือจากนี้สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนก็มีงานหลักที่ทำเป็นของตัวเอง
อย่างเป็นดีเจ เป็นสถาปนิก และอื่นๆ แต่ไลฟ์สไตล์ก็ยังคงเป็นแบบเดียวกันอยู่ แต่เวลาว่าง ของทุกคนก็คือการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำเพลง ทำเสื้อ
สำหรับคนภูเก็ตที่ชอบแนวเพลงฮิปฮอปก็ขอฝากวง Southside Phuket เป็นวงที่ represent  ภูเก็ต.”

3 Comments

  1. จากเดิมที่เด็กหนุ่มกลุ่มนี้ดูเหมือนจะถูกมองว่า เป็นคนที่ไม่เอาไหน บ้านรวย ทำเท่ไปวันๆ!

    แต่จากผลงานที่ออกมา มันบ่งบอกถึงความพยายาม ความกล้า และก็พรสวรรค์ของพวกเค้า ที่สามารถเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นงานระดับมืออาชีพได้

    นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวพวกเ้ค้าเองแล้ว ยังพ่วงชื่อภูเก็ต และภาษาปักษ์ใต้ ไปในผลงานเพลงของพวกเค้า ทำให้คนต่างถิ่นได้รู้จักความเป็นภูเก็ต ในแบบมันส์ๆ

    …อาจจะไม่ใช่แฟนฮิปฮอป และไม่ได้ชอบเพลงแนวนี้ แต่ในฐานะคนภูเก็ตก็ขอชื่นชมและยอมรับว่า Southside Phuket เจ๋งจริง! และเป็นกำลังใจให้ผลิตผลงานใหม่ๆ ในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเค้า ต่อไปอีกนานๆ

    Reply

Post Comment