นานาสาระ

วันครู – วันไหว้ครู

วันครู - วันไหว้ครู

ครู หรือ ครุ หรือ คุรุ เป็นคำนาม หมายถึง ผู้สั่งสอน สำหรับวันครูนั้น ตามความเชื่อโดยทั่วไปของไทย ถือว่าวันพฤหัสบดี คือ วันครู หรือ ครุวาร
ความจริงแล้ว วันครู ตามที่ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ.ศ. 2488 ได้ประกาศให้ วันครู ของประเทศไทย ตรงกับวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี โดย วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อ  พ.ศ. 2500 เพื่อระลึกถึงพระคุณครู ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดี เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน

ดังคำกล่าวของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และ ประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ที่ว่า “ที่อยากเสนอในตอนนี้ ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า วันครูควรมีสักวันหนึ่ง สำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาครู ผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับ คนทั่วไปถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้า มาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไป ก็คือ ครูผู้เสียสละ ทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง”

นอกจากนี้ยังมีวัน สำคัญอีกหนึ่งวัน นั้นคือ วันไหว้ครู ซึ่งสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง มักเลือกเอาวันพฤหัส ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดภาคเรียน ตามความเชื่อโดยทั่วไปของไทย ซึ่งถือว่าวันพฤหัสบดี คือ วันครู หรือ ครุวาร

สำหรับพิธีไหว้ครู นั้น ไม่มีพิธีรีตรองมากนัก จัดทำขึ้นเพื่อน้อมระลึกถึงพระคุณครู และแสดงการสักการะแด่คุณครู พิธีประกอบด้วย การที่ลูกศิษย์ นำ ดอกไม้ ธูป เทียน มากราบไหว้สักการะครู โดยอาจมีการรวมกลุ่มกันแต่ละห้อง หรือชั้นเรียน จัดทำพานดอกไม้ และธูปเทียน สักการะพระคุณครูด้วย

ในพิธีไหว้ครู นั้น นอกจากธูป เทียน แล้ว เครื่องสักการะที่ใช้ ยังมีข้าวตอก ดอกมะเขือ ดอกเข็ม และ หญ้าแพรก อีกด้วย โดยสิ่งเหล่านี้เป็นของหาง่าย และล้วนแฝงความหมาย แง่คิดสอนใจ

พานธูปเทียน
พานธูปเทียน

ข้าวตอก ได้มาจาก การนำข้าวเปลือกไปแช่น้ำให้นิ่ม แล้วจึงนำไปคั่วด้วยความร้อน จนเมล็ดข้าวแตก และ บานออกมีสีขาวบริสุทธิ์ มีความหมายว่า ครูย่อมสอนศิษย์ ทั้งด้วยวิธีปลอบโยน เปรียบได้กับน้ำที่ทำให้ข้าวเปลือกนิ่ม และ วิธีการเคี่ยวเข็ญที่เข้มงวด มีการลงโทษเมื่อศิษย์ ไม่ประพฤติปฏิบัติตาม เหมือนการนำเมล็ดข้าวไปคั่วด้วยความร้อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ คือ ศิษย์เป็นคนดี มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เปรียบได้กับ สีขาวของข้าวตอก และ การแตกบาน ของข้าวตอก

ดอกมะเขือ เป็นดอกไม้ที่บานแล้วคว่ำดอกลงสู่พื้นดิน เหมือนน้อมรำลึกถึงพระคุณของดิน แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นเครื่องเตือนใจให้ศิษย์ ระลึกได้อยู่เสมอว่า ศิษย์จักต้องระลึกถึงพระคุณครู และน้อมรับคำสั่งสอนของครู

ดอกเข็ม ด้วยลักษณะของดอกเข็ม ที่มีปลายแหลม เปรียบเหมือน ความฉลาดหลักแหลม การนำดอกเข็มมาไหว้ครู เชื่อว่าศิษย์จะมีสติปัญญาเฉียบแหลมและฉลาดรอบรู้ เปรียบเสมือนเหล็กแหลมที่ได้รับการฝน มาอย่างดี โดยคุณครูผู้มีความพยายาม และอดทนนั่นเอง

หญ้าแพรก เนื่องจากหญ้าแพรก เป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้ง และ ที่สำคัญสามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วในทุกพื้นที่ แม้ถูกเหยียบย่ำก็ไม่ตาย เมื่อได้รับน้ำฝน ก็จะแตกใบขยายพันธุ์ขึ้นอีก มีความหมายว่า ศิษย์จะต้องมีความอดทน ต่อการเคี่ยวเข็ญ ดุว่า เฆี่ยนตี ของครู โดยไม่ถือโกรธ ดุจดังหญ้าแพรก และหากศิษย์กระทำตัวเช่นหญ้าแพรกได้ เมื่อเติบโตขึ้น ย่อมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ในทุกสภาพสังคม ได้พบกับความเจริญในชีวิต

พานดอกไม้ไหว้ครู
พานดอกไม้ไหว้ครู

ปิดท้ายด้วยบทไหว้ครู ซึ่งคิดว่าทุกคนคงเคยท่องกันในวันไหว้ครู และจะยังจำกันได้ “นักเรียน นักศึกษา ท่องให้ขึ้นใจ รับรอง A+++ ไม่ไกลเกินเอื้อม…”

บทไหว้ครู

ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตะรานุสาสกา
ข้า ขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์ ผู้ก่อเกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าฯ ในการปัจจุบัน
ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี แก่ข้าฯ และประเทศไทยเทอญ
ปัญญา วุฒิ กะเรเตเต ทินโนวาเท นะมามิหัง

ขอบคุณ
ภาพ : โรงเรียนวชิรวิทย์ , โรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ
ข้อมูล : wikipedia.org
เรียบเรียง : จับฉ่าย

Post Comment