นานาสาระ

นักลงทุนอัจฉริยะ วอเรน บัฟเฟตต์

วอเรน บัฟเฟตต์
วอเรน บัฟเฟตต์

มีโอกาสได้อ่านข่าวเกี่ยวกับโผมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ที่บริจาคเงินให้การกุศลสูงสุด 50 อันดับแรก ซึ่งอันดับหนึ่งตกเป็นของนักลงทุนอัจฉริยะอย่าง วอเรน บัฟเฟตต์

(ที่เกือบๆ จะเบียดมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งอย่าง บิล เกตส์ แห่งไมโครซอฟต์ที่ครองแชมป์มาอย่างยาวนานถึง 13 สมัย ในการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกโดยนิตยสารฟอร์บส ประจำปี 2008 ได้แล้ว ที่จริงแล้วในช่วงครึ่งปีแรกขอปี 2008 วอเรนก็แซงบิล เกตส์ได้แล้วล่ะ เพียงแต่บิล เกตส์ นั้นสามารถกลับมาทวงตำแหน่งคืนได้ในที่สุด) ให้สงสัยขึ้นมาว่า วอเรน บัฟเฟตต์ คนนี้เป็นใครกัน? เมื่ออยากรู้ก็ต้องหาคำตอบใช่มั๊ย?

ถ้าพูดถึงวอเรน บัฟเฟตต์ ชื่อนี้อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูพวกเราซักเท่าไหร่ แต่ยุคนี้ พ.ศ.นี้เรียกได้ว่า ในหมู่คนที่กำลังสนใจข่าวสารในแวดวงธุรกิจ เศรษฐกิจโลก ไม่มีใครไม่รู้จักเขา

วอเรน ในชื่อเต็มว่า วอเรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ (Warren Edward Buffett) เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1930 (ปัจจุบันอายุ  78 ปี) เขาเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ใจบุญชาวอเมริกัน หนึ่งในนักลงทุนที่ถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดในโลกคนนี้ คือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์ (Berkshire Hathaway) ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในอีก 60 กว่าบริษัท วอร์เรนบัฟเฟตเขียนจดหมายถึง CEO ของบริษัทเหล่านั้นเพียงปีละหนึ่งฉบับ เพื่อให้เป้าหมายของปีนั้นๆ เขาไม่เคยมีประชุมหรือโทรศัพท์ถึง CEO เหล่านี้อย่างเป็นระยะเลย กฎที่เขาให้แก่เหล่า CEO มีอยู่แค่ 2 ข้อ

ข้อแรก คือ อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นสูญ
ส่วนกฎข้อที่สองก็คือ อย่าลืมกฎข้อที่หนึ่ง

และก็อย่างที่บอกไปแล้ว วอเรนถูกจัดอันดับว่าเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2008 ด้วยทรัพย์สินที่นิตยสารฟอร์บสประมาณการณ์ว่าเขามีถึง 62 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (มันเยอะขนาดไหนกันล่ะเนี่ย)

วอเรนได้ ฉายาว่า “เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา”  (Oracle Of Omaha) มันก็มาจากที่เขาเกิดและอยู่ คือ โอฮามา ใน เนบราสกร้า (Omaha, Nebraska) นั่นล่ะ  ด้วยความอัจฉริยะในการลงทุนกับหุ้น ซึ่งเขามักเลือกลงทุนกับหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดี และถูกประเมินค่าไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง สิ่งที่เขาคาดหวังจากหุ้นที่ซื้อ ไม่ใช่ส่วนต่างจากการซื้อขายเช่นนักเล่นหุ้นคนอื่นๆ แต่เขามักจะมองหาโอกาสในการลงทุนระยะยาว กับบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดีมากกว่า ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าความผันผวนของตลาดและเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร ก็ดูเหมือนจะไม่มีผลกระทบกับเขานัก เดือนพฤษภาคม ปี 1956 ขณะที่เขาอายุ 25 ปี วอเรนลงทุนร่วมกับหุ้นส่วนอีกเจ็ดคน จัดตั้ง บริษัท บัฟเฟตต์ แอสโซซิเอท (Buffett Associates, Ltd.) ขึ้นมาด้วยเงินจำนวน 105,000 เหรียญสหรัฐ โดยเงินลงทุนที่เขาออกเองด้วยจำนวน 100 เหรียญ ภายในไม่ถึงสิ้นปีเงินทุนของบริษัทที่อยู่ในมือกลับเพิ่มขึ้นเป็น 300,000 เหรียญ

ปัจจุบันวอเรนถือหุ้นหลายตัวอยู่ในมือ (ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็เช่น Coca-Cola, McDonalds และ Gillette ) แต่ที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงก็คือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่เขามีความเห็นว่า ตลาดพวกนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไป จนเขาไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางของมันในช่วงระยะสิบปีได้อย่างมั่นใจ (ต้องยอมรับมีอะไรที่วอเรนไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะไม่เสี่ยง จริงมั๊ย)

นอกจากการเป็นนักลงทุนที่ปราดเปรื่องเต็มไปด้วยวิสัย ทัศน์ และสัญชาตญาณอันเยี่ยมยอดแล้ว วอเรนยังเป็นคนรวยที่สมถะอย่างเหลือเชื่อ สมถะอย่างไรน่ะเหรอ ก็บ้านที่วอเรนอาศัยอยู่ทุกวันนี้ คือบ้านขนาดสามห้องนอนหลังเดิมที่เขาซื้อไว้เมื่อ 50 ปีก่อน เขาไม่ได้ย้ายไปไหน เมื่อเขาคิดว่า “มันมีทุกอย่างที่เขาต้องการอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องย้ายไปไหน”  เขาไม่ชอบคบค้าสมาคมกับคนในวงการไฮโซ ขับรถด้วยตัวเอง ชอบอยู่กับบ้าน นั่งดูทีวี พร้อมกับกินข้าวโพดคั่วที่ลงมือทำเอง ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ หลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิต และบริจาคเงินเข้ามูลนิธิของบิล เกตส์ และเมลินดา (เพื่อนรักของเขา) 31,000 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

รวย แล้วยังใจบุญแบบนี้ หายากนะเนี่ย

Warren Buffett and Bill and Melida Gates
Warren Buffett and Bill and Melida Gates

Post Comment