นานาสาระ

ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน

ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน ซีรีส์เกาหลีฟอร์มยักษ์ โดยในเรื่องนี้ได้ผู้กำกับซีรีส์เกาหลีชื่อดัง อีบยอนฮุน ผู้กำกับ แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง มานั่งแท่นผู้กำกับ รับประกันความประทับใจได้เป็นอย่างดี

ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน
ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน

สำหรับเนื้อเรื่องนั้นเป็นเรื่องราวชีวประวัติของ พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) กษัตริย์ลำดับที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน โดยขอกล่าวประวัติโดยสังเขปดังต่อไปนี้

ลีซาน ประสูติในพ.ศ. 2295 ที่เคียงชอนจอน พระราชวังชางเกียงกุง เป็นพระโอรสองค์ที่สองขององค์ชายรัชทายาทจังฮอน (องค์ชายซาโด) กับพระชายาเฮคยอง พระเจ้ายองโจพระอัยกาได้แต่งตั้งลีซานเป็นวังเซซุน (พระนัดดารัชทายาท) ตามพระบิดา วังเซซุนทรงมีพระเชษฐาอยู่องค์หนึ่ง ได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาทมาก่อน แต่สิ้นพระชนม์ไปในปีเดียวกับที่ลี ซาน ประสูติ

ต่อมาองค์ชายจังฮอน (องค์ชายซาโด) ทรงมีพระอาการทางพระสติไม่ปกติ ทรงหวาดกลัวสิ่งต่างๆ รอบพระองค์ ทรงทำร้ายร่างกายข้าราชบริพารต่างๆ ทรงสังหารบรรดาซังกุง หมอหลวง เป็นที่หวาดกลัวไปทั่ววัง ทรงถึงกับขนาดใช้ไม้ทุบน้องพระชายาองค์หนึ่งจนถึงแก่ความตาย ในพ.ศ. 2305 ขุนนางฝ่ายโนนนถือโอกาสถวายฏีกาแก่พระเจ้ายองโจ ให้ทรงลงอาญาองค์ชายจังฮอน องค์ชายจังฮอนทรงพิโรธ หาว่าพวกขุนนางใส่ร้ายป้ายสี จับเอาญาติมิตรของขุนนางเหล่านั้นมาทรมานจนเสียชีวิต จนสนมลียองบินพระมารดาขององค์ชายจังฮอนทนไม่ได้ ขอให้พระเจ้ายองโจลงพระอาญา องค์ชายจังฮอน ในพ.ศ. 2305 พระเจ้ายองโจมีราชโองการ ให้จับองค์ชายจังฮอนขังไว้ในกล่องไม้ใส่ข้าวเป็น เวลาเจ็ดวันจึงสิ้นพระชนม์ องค์ชายลีซานและพระชายาถูกปลดจากตำแหน่ง

ภาย หลังมีเหตุการณ์ต่างๆมากมายพลิกผันทำให้ พระเจ้าจองโจ (ลีซาน)  ได้กลับมาเป็นกษัตริย์ต่อจากพระเจ้ายองโจ ซึ่ง พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ได้ขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2319 โดยทรงตรัสในพิธีราชาภิเษกว่า “ข้าคือพระโอรสขององค์ชายรัชทายาทซาโด กษัตริย์องค์ก่อน (พระเจ้ายองโจ) ให้ข้าเป็นพระโอรสขององค์ชายรัชทายาทฮโยจัง เพราะทรงคิดว่าความชอบธรรมของพระราชวงศ์เป็นเรื่องสำคัญ”

นับตั้งแต่เหตุการณ์ประหารองค์ชายซาโด ทำให้การเมืองโชซอนแตกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายที่ไม่ยอมรับในการประหารพระโอรสของพระเจ้ายองโจ เรียกว่า ฝ่ายชิปา คือ ฝ่ายโซนนเดิม ประกอบด้วยตระกูลฮงแห่งพงซาน มีฮงกุกยองเป็นผู้นำ มีความคิดยอมรับอารยธรรมตะวันตกและคริสต์ศาสนา และฝ่ายที่ยอมรับเรียกว่า ฝ่ายพยอกปา คือ ฝ่ายโนนนเดิม ตระกูลคิมแห่งอันดง นำโดยพระอัยยิกาคิม มเหสีของพระเจ้ายองโจ อนุรักษ์นิยมและต่อต้านคริสต์ศาสนา

ฝ่ายโนน นที่เคยสนับสนุนให้มีการประหารองค์ชายซาโด จึงถูกกดขี่อย่างหนัก ในปี พ.ศ. 2315 พระเจ้าจองโจทรงเนรเทศคิมฮันกู พระบิดาของพระอัยยิกาคิม มเหสีของพระเจ้ายองโจ และฮงพงฮัน พระเจ้าตาของพระองค์เอง ในฐานะที่เป็นผู้นำฝ่ายโนนน แม้ฝ่ายโนนนจะเสียอำนาจไป แต่ก็ยังคงอยู่ได้ด้วยพระพันปีคิม

เนื่องจากพระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงสนพระทัยในศิลปะวิทยาการความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะความรู้ตะวันตกที่เข้ามาใหม่พร้อมกับคริสต์ศาสนา ทำให้ทรงไม่สนพระทัยการเมืองในวังและปล่อยให้ ฮงกุกยอง ราชเลขาจัดการ พระเจ้าจองโจทรงพยายามที่จะสลายการแบ่งแยกขุนนางออกเป็นฝักฝ่าย โดยทรงตั้งคยูจังกัก ใน พ.ศ. 2319 ให้เป็นที่สำหรับหารือกิจการบ้านเมือง และถกความรู้เกี่ยวกับปราชญ์ขงจื้อ โดยมีแชเจกง เป็นหัวหน้าคยูจังกัก และเป็นอัครเสนาบดี พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงพยายามที่จะล้มเลิกข้อกีดกันทางสังคมเดิม ที่มิให้บุตรที่เกิดจากอนุภรรยาของขุนนางเข้ารับราชการ เพื่อให้ได้คนที่มีความสามารถแต่ฐานะต้อยต่ำ ซึ่งคยูจังกักก็เป็นที่สำหรับขุนนางใหม่เหล่านี้ ขุนนางในคยูจังกักมีความก้าวหน้าในตำแหน่งอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ฝ่ายโนนนโจมตีพระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ว่าทรงตั้งคยูจังกักเป็น ที่เลี้ยงขุนนางที่เข้าข้างพระองค์ นอกจากนี้พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ยังทรงสนับสนุนปราชญ์ขงจื้อแนวประยุกต์ที่เรียกว่าว่า ชิลฮัก ที่เน้นการนำหลักปรัชญาไปใช้จริงในการดำเนินชีวิต ไม่ใช่หลักปรัชญาในอุดมคติที่สมบูรณ์แบบจนนำมาใช้จริงไม่ได้

Lee Seo Jin รับบท ลีซาน
Lee Seo Jin รับบท ลีซาน

ใน พ.ศ. 2321 พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงอภิเษกน้องสาวของฮงกุกยองเข้ามาเป็นสนมวอนบิน ตระกูลฮง แต่ไม่ทันไรปีถัดมาสนมฮงก็เสียชีวิต ทำให้ฮงกุกยองคิดว่าน้องสาวของตนเสียชีวิต เพราะการกระทำของมเหสีฮโยอึย มเหสีของพระเจ้าจองโจ จึงวางแผนลอบปลงพระชนม์พระมเหสีเพื่อแก้แค้น แต่ถูกจับได้และถูกเนรเทศ และต่อมาไม่นานฮงกุกยองก็เสียชีวิต

พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงสนับสนุนขุนนางฝ่ายโซนนให้ขึ้นมามีอำนาจเพื่อคานอำนาจกับ ฝ่ายโนนนที่มีอำนาจอยู่เดิมในสมัยพระเจ้ายองโจ ฝ่ายโนนนที่เสียอำนาจ หรือ ฝ่ายพยอกปา (พยอกปา แปลว่า เสียอำนาจ) นำโดยชิม ฮวานจี เป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการปฏิรูปบ้านเมืองของพระเจ้าจองโจ (ลีซาน)  ไม่ว่าพระเจ้าจองโจ (ลีซาน) จะทำการปฏิรูปอะไรฝ่ายโนนนก็จะคัดค้านเสมอ แต่กระนั้นก็มิได้ทรงละทิ้งหรือกีดกันฝ่ายโนนนแต่อย่างใด เพราะทรงถือหลักความเท่าเทียมกันของทุกฝ่าย มีหลักฐานค้นพบใหม่ว่าแท้จริงแล้วพระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงวางแผนให้ฝ่ายโนนนและโซนนขัดแย้งกัน เพื่อให้การเมืองเป็นไปอย่างที่พระองค์ต้องการ ทรงตั้งขุนนางจากฝ่ายโนนน โซนน และฝ่ายใต้ เป็นอัครเสนาบดี เสนาซ้าย และเสนาขวาตามลำดับ

ลีซาน

ปี พ.ศ. 2325 ทรงอภิเษกซองซงยอนมาเป็นพระสนมซอง ไม่นานพระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงมีพระโอรสกับพระสนมซองซงยอน จึงได้เลื่อนพระยศของสนมซองเป็น พระสนมอึยบิน ตระกูล ซอง และแต่งตั้งพระโอรสเป็นองค์รัชทายาทมุนฮโย แต่ใน พ.ศ. 2329 รัชทายาทมุนฮโยก็สิ้นพระชนม์ และสนมซองก็สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกันในขณะที่มีประสูติกาล จนใน พ.ศ. 2333 พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ก็มีพระโอรสอีกองค์ กับสนมซูกี ตระกูลปาร์ค จึงแต่งตั้งเป็นรัชทายาทอีกพระองค์ ภายหลังจึงได้ขึ้นเป็นพระเจ้าซุนโจ พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงมอบรัชทายาทให้อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระอัยยิกาคิม (อดีตพระมเหสีของพระเจ้ายองโจ)

ใน พ.ศ. 2335 ขุนนางฝ่ายใต้ยื่นฎีกาให้พิจารณาความผิดขององค์ชายรัชทายาทซาโดใหม่ ว่าที่จริงแล้วทรงถูกให้ร้าย พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงถือโอกาสนี้ ดึงฝ่ายใต้ขึ้นมามีอำนาจแข่งกับฝ่ายโซนนและโนนน ดังนั้นในปลายรัชสมัยของพระเจ้าจองโจฝ่ายใต้มีอำนาจ นำโดย แชร์เจกง ประจวบเหมาะกับเวลาที่ราชสำนักเริ่มจะรับคริสต์ศาสนาเข้ามา และขุนนางฝ่ายใต้หลายคนก็เข้ารีต ใน พ.ศ. 2334 พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) มีพระดำริที่จะเลิกทาสในวัง และใน พ.ศ. 2337 ก็ทรงจะให้ตรวจสอบการถือครองที่ดินของขุนนาง ทำให้ขุนนางฝ่ายโนนนประท้วงอย่างรุนแรง

ใน พ.ศ. 2337 พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงเริ่มโครงการสร้างป้อมฮวาซอง เพื่อให้เป็นที่ฝังศพของพระบิดาองค์ชายซาโด และเป็นพระราชวังอีกแห่ง มีจองยัคยอง นักปราชญ์ซิลฮักคนสำคัญเป็นคนออกแบบ การสร้างป้อมฮวาซอง แสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโชซอนในสมัยนั้น และเป้าหมายที่แท้จริงของพระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ในการสร้างป้อมนี้ก็เพื่อรองรับการย้ายเมืองหลวง ไปที่เมืองซูวอนในอนาคต พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ประทานรางวัลแก่ราษฏร ที่ยอมย้ายไปยังเมืองซูวอนและไม่ต้องเสียภาษีไปห้าปี หลังจากใช้เวลาสร้างสองปีกว่า ป้อมฮวาซองก็เสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2339

พระ เจ้าจองโจสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันในพ.ศ. 2343 โดยที่โครงการใหญ่ต่างๆของพระองค์ยังค้างอยู่ สุดท้ายเมืองหลวงก็ไม่ได้ย้ายไปไหน พระโอรสคือพระเจ้าซุนโจก็มิได้ทรงสานงานต่อ เพราะทรงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพระปัยยิกาคิม ในรัชสมัยของพระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ฝ่ายใต้มีอำนาจ แต่ฝ่ายโนนนยังรอคอยเวลาจะแก้แค้นอยู่ ซึ่งความขัดแย้งระหว่างฝ่ายขุนนาง ก็กลับขึ้นมาอีกครั้งหลังรัชสมัยของ พระองค์

กล่าวโดยสรุปคือ พระเจ้าจองโจ (ลีซาน) ทรงได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นหนึ่งในกษัตริย์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของ โชซอน ทรงสานต่อการปฏิรูปบ้านเมืองจากพระเจ้ายองโจพระอัยกา ทำให้อาณาจักรโชซอนในศตวรรษที่ 18 กลับขึ้นมารุ่งเรืองอีกครั้งอย่างมีเอกลักษณ์ของตนเอง ทรงได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ที่สนพระทัย ในความเป็นอยู่ของราษฏรเป็นอย่างมาก ผิดกับกษัตริย์องค์ก่อนๆ และทรงฝักใฝ่หาความรู้ต่างๆ ทรงมีโครงการใหญ่มากมาย เช่น แผนการย้ายเมืองหลวงไปที่ฮวาซอง โดยทรงสร้างป้อมขนาดใหญ่ คือ ป้อมฮวาซอง แม้ว่าสุดท้ายจะย้ายไปไม่ได้ก็ตาม

ลีซาน
ละครออกมาในแนวรักสามเศร้า

แต่หากเราดูจากในซีรีส์ที่นำเสนอนั้น จะเน้นทั้งเรื่องการปกครองขุนนาง การเอาใจใส่ประชาชน การชิงไหวชิงพริบของฝ่ายต่างๆ มิตรภาพระหว่างเพื่อน แถมยังแฝงเรื่องราวความรักของคนต่างชนชั้นเข้าไปอีก ทำให้ ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน มีครบทุกรสชาติเลยทีเดียว

คู่พระนางนอกจอ
คู่พระนางนอกจอ
Han Ji Min แสดงเป็น ซงยอน
Han Ji Min แสดงเป็น ซงยอน
Park Eun-hye แสดงเป็น มเหสีฮโยอึย
Park Eun-hye แสดงเป็น มเหสีฮโยอึย
Han Sang Jin รับบทเป็น ฮงกุกยอง
Han Sang Jin รับบทเป็น ฮงกุกยอง
Lee Jong Soo รับบท ปาร์คเทซู ทหารคนสนิทของลีซาน
Lee Jong Soo รับบท ปาร์คเทซู ทหารคนสนิทของลีซาน
Lee Seo Jin รับบท ลีซาน
Lee Seo Jin รับบท ลีซาน

เพลงประกอบละครลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน

[field name = youtube]

[field name = youtube1]

Post Comment