นานาสาระ

รู้จักพลังงานทางเลือก: NGV

NGV คืออะไร

NGV หรือ Natural Gas Vehicles คือ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เกิดขึ้นจากการนำก๊าซธรรมชาติ (ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน) มาอัดจนมีความดันสูง ประมาณ 3,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว (เป็นแรงดันที่ค่อนข้างสูงมากเท่ากับ 240 เท่าของความดันบรรยากาศ) แล้วนำไปเก็บไว้ในถัง ที่มีความแข็งแรงทนทานสูงเป็นพิเศษ เช่น เหล็กกล้า เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงใช้ทดแทน น้ำมันเบนซิลหรือดีเซลในรถยนต์ประเภทต่างๆ ซึ่งสากลเรียกว่า Compressed Natural Gas (CNG) หรือ ก๊าซธรรมชาติอัด

จุดกำเนิดของ NGV

ยานยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติได้มีการพัฒนาขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2403 โดยชาวฝรั่งเศสชื่อ Jean Etienne Lenoir แต่ช่วงนั้นยังไม่ได้รับความนิยม จนกระทั่งมาถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วงเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันใน ปี ค.ศ. 1973 ซึ่งราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสูง ส่งผลให้มีการนำก๊าซธรรมชาติมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ทดแทนน้ำมันในรถยนต์มากขึ้น นานาประเทศก็มุ่งไปสู่การลดปัญหา โดยส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีการใช้ยานยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง โดยประเทศที่มีการใช้ยานยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะขยายการใช้มากขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เกาหลี เป็นต้น ส่วนประเทศที่ยังไม่เริ่มใช้ รัฐบาลก็กำลังส่งเสริมให้มีการใช้ในอนาคต ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย

การนำก๊าซธรรมชาติมาใช้เป็นเชื้อ เพลิงในรถยนต์มีมากว่า 80 ปีแล้ว โดยประเทศ อิตาลีเป็นประเทศแรก ซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์ใช้ก๊าซกว่า 300,000 คัน และต่อมาความนิยมใช้ก๊าซ NGV ก็มีแพร่หลายมากขึ้นทั้งในทวีปอเมริกาใต้ เช่นประเทศอาร์เจนติน่า จำนวนรถยนต์ที่ใช้ NGV มีทั้งหมด 1,400,000 คัน ซึ่งถือเป็นอันดับที่ 1 ในโลก ในทวีปอเมริกาเหนือ สหรัฐอเมริกามียานยนต์ให้ก๊าซ NGV กว่า 130,000 คัน, ประเทศแคนาดา จำนวน 20,000 คัน และในทวีปเอเชีย มีในประเทศจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, อินเดีย และปากีสถาน รวมถึงทวีปอัฟริกา เช่น อียิปต์ มียานยนต์ให้ NGV ประมาณ 62,000 คัน ซึ่งในปัจจุบันทั่วโลกมีรถยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติกว่า 4.7 ล้านคัน

คุณสมบัติของก๊าซ NGV

  • อุณหภูมิติดไฟของ ก๊าซ NGV นั้น สูงกว่าเชื้อเพลิงอื่นๆ เป็นผลให้ลดความเสี่ยงของการ เกิดไฟไหม้เมื่อก๊าซรั่ว หรืออุบัติเหตุ
  • ก๊าซ NGV ถูกจัดเก็บอยู่ในรูปไอ ซึ่งมีแรงดันสูง จึงทำให้ไม่มีอากาศเข้าไปผสม จึงไม่ก่อให้เกิดการผสมกันระหว่างก๊าซ จึงลดโอกาสในการติดไฟและระเบิดได้
  • ก๊าซ NGV ก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สะอาดหมดจด และไม่ก่อให้เกิดการสกปรกของน้ำมันเครื่อง จึงสามารถยืดอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องได้
  • ก๊าซ NGV ไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างใดๆ ทำให้การจุดระเบิดสะอาดหมดจด และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้
  • ก๊าซ NGV ไม่ส่งผลเสียต่อลูกสูบ และกระบอกสูบ ทำให้เกิดการหล่อลื่นที่มีประสิทธิภาพ จึงส่งผลให้อายุการ ใช้งานยาวนานขึ้น
  • ก๊าซ NGV มีออกเทนสูงกว่าน้ำมันเบนซิน จึงส่งผลให้การสตาร์ทและการทำงานของเครื่องยนต์ มีความสมบูรณ์มากกว่า
  • ก๊าซ NGV ก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สะอาดหมดจด จึงช่วยลดมวลไอเสียและส่งผลต่อการลดมลพิษในอากาศโดยตรง
  • มีสัดส่วน ของคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และมีคุณสมบัติเป็นก๊าซ ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และปริมาณไอเสียที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ ยังมีปริมาณต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นอีกด้วย
  • เป็นเชื้อเพลิงที่ สะอาดไม่ก่อให้เกิดควันดำ หรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงสามารถลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
  • เป็นเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตได้ในประเทศ จึงมีราคาถูกกว่าน้ำมัน และสามารถประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการลดการนำเข้าน้ำมันดิบ
  • เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดรั่วไหล ก๊าซNGVจะไม่สะสมอยู่บนพื้นดิน จนเกิดการลุกไหม้เหมือนเชื้อเพลิงอื่นๆ  และอุณหภูมิที่จะทำให้ก๊าซ NGV สามารถลุกติดไฟในอากาศเองได้ก็ต้องสูงถึง 650 องศาเซลเซียส
ถัง CNG/NGV
ถัง CNG/NGV

อย่างไรก็ตาม การจะใช้ก๊าซNGVได้ รถยนต์นั้นๆ จะต้องเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ที่สร้างขึ้นมา เพื่อรองรับการใช้งานก๊าซ NGV โดยเฉพาะ หรือไม่ก็ต้องเป็น “เครื่องยนต์ระบบเชื้อเพลิงสองระบบ” หรือ “เครื่องยนต์ระบบเชื้อเพลิงร่วม” ที่ผ่านการดัดแปลงและติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ใช้ได้ทั้ง น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และก๊าซ NGV

ปัจจุบัน อุปกรณ์สำหรับการดัดแปลงเครื่องยนต์ดังกล่าว ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งอุปกรณ์ใช้ก๊าซNGV ระบบ “เครื่องยนต์ระบบเชื้อเพลิงร่วม” (ดีเซล-เอ็นจีวี) มีราคาสูงถึง 400,000-500,000 บาท และอุปกรณ์ใช้ก๊าซเอ็นจีวีระบบ “เครื่องยนต์ระบบเชื้อเพลิงสองระบบ” (เบนซิน-เอ็นจีวี) มีราคาประมาณ 30,000-50,000 บาท นอกจากนี้ รถเอ็นจีวีจะมีกำลัง “ต่ำ” กว่ารถทั่วไปตาม ท้องตลาด แต่ถ้าวิ่งในเมืองปัญหาข้อนี้จะไม่มีผลกระทบมากนัก

จุดเด่นของก๊าซ NGV

  • ภาครัฐให้การสนับสนุน มีนโยบายในเรื่องของการกำหนดราคา ทำให้ราคาอยู่ในการควบคุม
  • มีรถยนต์ที่ใช้ NGV ประกอบจากโรงงานโดยตรง
  • ปลอดภัยกว่า ทั้งในแง่คุณสมบัติของมันเองที่เบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหล ก็จะฟุ้งกระจายไปบนอากาศอย่างรวดเร็วและอู่ที่รับติดตั้งNGV ผ่านการรับรองจาก ปตท.

ฃ้อเสียของก๊าซ NGV

  • สถานี บริการมีจำนวนน้อย
  • ค่าติดตั้งค่อนข้างสูง
  • ถังก๊าซทำให้รถหนักขึ้นและที่วางของน้อยลง
  • ต้องเติมบ่อยๆ
  • กำลังของเครื่องยนต์จะตกลงประมาณ 10 – 15%
  • แรงดันในถังสูงมาก หากระเบิดจะรุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบสภาพถัง และอุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของ NGV อยู่เสมอ

ประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การใช้ NGV จะช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง เนื่องจากก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาจำหน่าย ถูกที่สุดในปัจจุบัน NGV จำหน่ายอยู่ที่ 8.5 บาท/ กิโลกรัม จากส่วนต่างราคาเชื้อเพลิงดังกล่าว จะทำให้ผู้ที่สนใจลงทุนใช้ NGV สามารถคืนทุนค่าติดตั้งอุปกรณ์ NGV ได้ภายในระยะเวลาไม่นาน (ขึ้นอยู่กับะยะทางวิ่งใช้งาน) ซึ่งระยะเวลาคืนทุนการดัดแปลง/ติดตั้งอุปกรณ์ NGV แต่ละระบบ การใช้ NGV นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติดังนี้

  • ช่วยประเทศชาติลดการ พึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการนำเขาน้ำมันดิบ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าผลตอบแทน การลงทุนของประเทศ ที่ประมาณ 32%
  • การใช้ เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติจะช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศ เพราะจะสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) และไนโตรเจนออกไซด์ (Nox) ได้มากเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ทั้งยังมีคุณภาพไอเสียที่ดีกว่าการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เป็นเชื้อเพลิง

ประโยชน์ของการใช้  NGV เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์

  • NGV เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด เมื่อเผาไหม้ NGV แล้วจะมีปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกมาในปริมาณที่ต่ำกว่าเชื้อเพลิงอื่น
  • NGV มีความปลอดภัยในการใช้งานมากกว่านำมันเชื้อเพลิงชนิดอื่น เนื่องจาก NGV เบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วจึงไม่สะสมบนพื้นราบ และมีความไวไฟน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ เนื่องจากอุณหภูมิติดไฟสูงถึง 650 องศาเซลเซียส และถังก๊าซ NGV มีความแข็งแรงกว่าถังบรรจุน้ำมัน
  • NGV จะช่วยผู้ใช้ยานยนต์ประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง เนื่องจากปัจจุบันราคาจำหน่าย NGV นั้นต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น
  • การใช้ก๊าซธรรมชาติสามารถลดการนำเข้าน้ำมัน และการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสถียรภาพทางด้านพลังงานให้กับประเทศ เนื่องจากก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่สามารถจัดหาได้จากภายในบ้านเราเอง
สถานีบริการ NGV
สถานีบริการ NGV

การตัดสินใจจะนำรถยนต์ไปดัดแปลงต่อเติมเครื่องยนต์อะไรเข้าไป เป็นเรื่องที่ควรศึกษาพิจารณากันอย่างรอบคอบเสียก่อน เพราะค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงในการติดตั้ง และที่สำคัญยิ่งกว่าคือค่าใช้จ่ายพลังงานในระยะยาวโน้น ก็ยังไม่มีใครออกมาฟันธงสักทีว่า ทิศทางพลังงานของประเทศไทยเราจะไปทางไหนกันแน่

จะอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่อาจทำให้ประชาชนยังมีความมั่นใจในพลังงานทางเลือกอยู่ ก็คือคำแถลงจากนายกหมาดๆ ที่ออกมาบอกว่ายังไม่มีความคิดที่จะขึ้นราคาNGV โดยให้ตรึงราคาที่ 8.50 บาท/กิโลกรัม ไปก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระของประชาชน ได้ยินอย่างนี้แล้ว หลายๆ คนที่ใช้ NGV อยู่คงอุ่นใจกันไปได้สักพักล่ะนะ

ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ให้ก๊าซธรรมชาติขึ้นราคาอย่างไร ดีเซลกับเบนซินก็ไม่อาจเป็นของตายได้ตลอดไปอยู่แล้ว อย่างที่เขาว่า อัตตา หิ อัตโน นาโถ ประเทศไทยกำลังจะพึ่งตัวเองแล้วจ้า

ข้อมูล: เวบไซต์กระทรวงพลังงาน

Post Comment