นานาสาระ

รูบิค ของเล่นของคนชอบบิด

รูบิค

ช่วงนี้คนรอบข้าง โดยเฉพาะน้องๆ กำลังให้ความสนใจของเล่นชิ้นหนึ่งอยู่ เราก็เลยลองมั่งจนป่านนี้ สามเดือนแล้วยังไปไม่ถึงไหนเลย มันจะชวนปวดหัวอะไรอย่างนี้ เจ้าของเล่นที่ทำเอาเราแย่ ก็คือ “รูบิค” นั่นเอง

เห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย ทำยังไงก็ไม่สำเร็จสักที จนชักจะท้อแล้ว ในเมื่อแก้ปัญหารูบิคไม่ได้  ก็ชักจะอยากรู้ขึ้นมาตะหงิดๆ ว่าเจ้าของเล่นทรงลูกบาศก์ตัวปัญหานี้มีความเป็นมาอย่างไร สำหรับใครที่ยังไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวกับเขามาก่อน หรือรู้มาบ้างระแคระคาย แต่อยากจะรู้มากกว่านี้ ก็สามารถติดตามอ่านกันได้

รูบิค หรือ ลูกบาศก์รูบิค ถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี 1974 โดยศาสตราจารย์และสถาปนิกชาวฮังการีนาม เออร์โน รูบิค (Ernő Rubik) ซึ่งเจ้าของเล่นชิ้นเดิมทีผู้คิดค้นเขาเรียกว่า “ลูกบาศก์มหัศจรรย์” (Magic Cube) ผลิตล็อตแรกออกวางขายในกรุงบูดาเปตส์ราวปลายปี 1977 แต่มาถูกเรียกว่า “ลูกบาศก์รูบิค”  อย่างทุกวันนี้ด้วยฝีมือของบริษัทผู้ผลิตของเล่นอย่างไอดีลทอยส์ (Ideal Toys) ที่ทำให้ลูกบาศก์รูบิคแพร่หลายในโลกตะวันตก  จากนั้นรูบิคได้รับความนิยมอย่างกว้างขาง จนได้รับรางวัลสุดยอดเกมลับสมองแห่งปีของเยอรมันนี เชื่อกันว่ารูบิค เป็นของเล่นที่ขายดีที่สุดในโลก ด้วยจำนวนยอดขายมากกว่า 300,000,000 ชิ้น (จนถึงปี 2005)

Ernő Rubik
Ernő Rubik

รูบิคแบบคลาสสิคนั้นจะมี 6 หน้า แต่ละหน้าจะประกอบด้วย 9 ส่วนย่อย ติดสติ๊กเกอร์สี (แบบคลาสสิคมักจะเป็นสีขาว เหลือง ส้ม แดง น้ำเงิน และเขียว) ด้วยแกนหมุนหนึ่งชิ้น ทำให้แต่ละหน้าสลับหมุนเปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระ เป้าหมายของเกม ก็คือ ผู้เล่นต้องทำให้แต่ละหน้าของรูบิคซึ่งประกอบไปด้วย 9 ส่วนย่อย นั้นมีสีเดียวกันทั้งหมด จึงจะถือว่าสำเร็จ

ลูกบาศก์รูบิคฉลองครบรอบ 25 ปี ไปแล้วเมื่อปี 2005 ด้วยการเปิดตัวรูบิครุ่นพิเศษ ซึ่งมาพร้อมกับสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ “ลูกบาศก์รูบิค 1980-2005″ (Rubik’s Cube 1980-2005) ติดอยู่ตรงกลางหน้าสีขาว ในบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่เช่นกัน

นอกจากรูบิคแบบคลา สสิค  3×3×3 แล้ว  ยังได้มีการพัฒนาดัดแปลงรูบิคให้มีความหลากหลายและท้าทายมากขึ้น ได้แก่  2×2×2 (Pocket Cube, Mini Cube, Junior Cube, Ice Cube),  4×4×4 (Rubik’s Revenge, or Master Cube),  5×5×5 (Professor’s Cube) และที่เพิ่งมีออกมาเป็นขนาดใหญ่สุด  6×6×6 และ  7×7×7 (V-Cube 6 and V-Cube 7)

รูบิคหลากหลายรูปแบบ
รูบิคหลากหลายรูปแบบ

หลังจากลูกบาศก์รูบิคกำเนิดขึ้นมา ก็มีของเล่นลับสมองอีกมากมาย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากของเล่นชิ้นนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้น เช่น Pyraminx Skewb Diamond Megaminx และ Dogic เป็นต้น

ไหนๆ ก็ตามไปล้วงลึกความเป็นมาของมันกันแล้ว เราก็มาดูกันหน่อยว่าเด็กไทยกำลังคลั่งไคล้รูบิคกันขนาดไหน ได้เวลาตามเข้าไปดูข่าวคราวความเคลื่อนไหว ในชุมชนคนเล่นรูบิคแล้ว เข้าบอร์ดนั่น ออกบอร์ดนี่ใน  ThailandCube.com เราก็ได้รู้ว่าเด็กไทยเก่งๆ ก็มีเยอะแยะ  หลังจากชมรม สมาคม ก็มีการแข่งขันตามมา สำหรับแชมป์ประเทศไทยในขณะนี้ คือ น้องต้าร์-กิตติกร ตั้งสุจริตธรรม ที่ชนะการแข่งขัน TOY “R” US Rubik’s Cube Thailand Open 2008 ด้วยเวลา 14.43 วินาที และเขาก็ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน Rubik’s Asian Championship ที่ประเทศฮ่องกง ได้คว้าเหรียญทองแดงกลับมาด้วยเวลา 14.76 วินาที น่าทึ่งมั๊ยล่ะ

หากยังไม่รู้ จากการบิดรูบิคให้เป็นสีเดียวครบทั้งหกหน้า ยังถือว่าง่ายไปสำหรับการแข่งขัน เพราะว่ากันว่ามีสูตรที่จะช่วยให้บิดสำเร็จเป็นร้อยๆ สูตร ทั้งหมดวัดกันด้วยความเร็ว (นี่ล่ะที่ยาก ) ฉะนั้นในการแข่งขันบิดรูบิค จึงได้มีกาารพลิกแพลงให้มีความยากยิ่งขึ้น นอกจากการแข่งในแง่ความเร็วแล้ว ยังมีการแข่งเป็นทีมแบบปิดตาที่เรียกว่า Team Blindfold การแข่งแบบมือเดียว การแข่งโดยใช้เท้า

การแข่งขันรูบิคชิงแชมป์โลก
การแข่งขันรูบิคชิงแชมป์โลก

สำหรับเราๆ เอาแค่แบบธรรมดา แต่ทำเวลาให้ดีก่อนน่าจะดีกว่านะ เอาล่ะ เรื่องที่เก็บมาเล่าคงมีเท่านี้ เพราะถ้าจะให้ยกเรื่องรูบิคมาเล่าจริง ๆ  คงยาวเป็นวัน ใครสนใจก็เข้าไปติดตามข่าวสาร หัดเล่น ขอคำปรึกษา หรือแลกเปลี่ยน กันได้ตามสถานชุมชนออนไลน์กันได้เลย เก่งขึ้นแล้วยังไงก็อย่าลืมกลับมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ

Post Comment